วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

สุนัข


วิวัฒนาการของสุนัข 


   ทิ้งห่างกันไม่ถึง 14,000 ปี ระหว่างสุนัขป่าซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสุนัข ซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยๆ สายพันธุ์ของ คานิส ฟามิลิอาริส (Canis familiaris) มนุษย์เปลี่ยนสัตว์ในตระกูลสุนัขที่อยู่ตามธรรมชาติให้เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดแรก คือสุนัขที่ฝึกให้เชื่องได้และมีหลากสายพันธุ์

ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสุนัข 

   ราว 12,000 ปีก่อน ชนเผ่าที่ล่าสัตว์และหาของป่าในดินแดนที่เป็นประเทศอิสราเอลปัจจุบัน ฝังศพโดยให้มือข้างหนึ่งโอบลูกสุนัขไว้ ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าเป็นสุนัขหรือสุนัขป่ากันแน่ อย่างไรก็ตาม การฝังศพลักษณะนี้ก็เป็นหนึ่งในหลักฐานฟอสซิลยุคแรกๆ ที่แสดงว่ามีการนำสุนัขมาเลี้ยง บรรดานักวิทยาศาสตร์รู้ว่ามนุษย์เริ่มเลี้ยงสุนัขเมื่อประมาณ 14,000 ปีก่อน แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าทำไปเพราะเหตุใด บ้างก็เห็นว่ามนุษย์นำลูกสุนัขป่ามาเลี้ยง โดยเลือกเอาตัวที่ดุน้อยกว่าและอ้อนขออาหารเก่งกว่า บ้างก็ว่าสุนัขเข้ามาอยู่กับมนุษย์เองโดยปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ นั่นคือการกินขยะที่มนุษย์ทิ้งไว้ สัตว์ในตระกูลสุนัขที่กินของเหลือและไม่ค่อยตื่นคนเหล่านี้คุ้นเคยกับวิถีชีวิตใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ และรุ่นต่อๆ มาก็เชื่องขึ้นเป็นลำดับ 
   เรมอนด์ คอปพิงเจอร์ นักชีววิทยากล่าวว่า “คุณสมบัติเดียวที่ทำให้สุนัขอยู่รอดคือ สามารถกินอาหารขณะอยู่ใกล้ๆ คนได้” 
   ในระดับโมเลกุล สุนัขไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก องค์ประกอบทางดีเอ็นเอของสุนัขป่าและสุนัขเหมือนกันแทบทุกกระเบียดนิ้ว

หลากหลายสายพันธุ์ .. ชนิดเดียว แต่มีร้อยๆ หน้าตา

ปลาโลมา


โลมา

โลมาและวาฬจัดเป็นสัตว์เลือดอุ่น เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ ซึ่งมีหลักฐานว่าวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบก จำพวก Mesonyx ซึ่งมีรูปร่างคล้ายหมาผสมหนู เมื่อประมาณ 45 ล้านปีมาแล้ว โลมาและวาฬแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ  คือ ชนิดที่ไม่มีฟัน (Baleen whale) ซึ่งจะมีแผงกรอง (Ballen plate) ทำหน้าที่กรองอาหาร จัดอยู่ในกลุ่ม Suborder Mysticeti และชนิดที่มีฟัน (Toothed whale) จัดอยู่ในกลุ่ม Suborder Odontoceti จากการศึกษาโลมาและวาฬที่มีชีวิตอยู่ทั่วโลกพบทั้งหมด 78 ชนิดใน 13 วงศ์ ปัจจุบันในประเทศไทยสำรวจพบโลมาและวาฬ จำนวน 23 ชนิด จาก 6 ครอบครัวโลมาและวาฬมีการ ปรับตัวหลายๆ ประการเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในน้ำ เช่น มีวิวัฒนาการรูปร่างให้เพรียวทำให้สามารถว่ายน้ำได้เร็ว และเนื่องจากยังใช้ปอดในการหายใจ จมูกหรือช่องหายใจจึงเลื่อนไปอยู่บนสุดของส่วนหัว เพื่อสะดวกในการหายใจ  ท่อหายใจ กับช่องปากจะแยกกันเพื่อสะดวกในการกินอาหารใต้น้ำ มีการปรับปรุงระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้อบอุ่นทดแทนขน ซึ่งลดรูปไปเนื่องจากไม่เหมาะสมในการใช้งานใต้น้ำ โดยการมีลักษณะลำตัวเรียวคล้ายตอร์ปิโดทำให้มีอัตราส่วนระหว่างพื้นที่ ผิวต่อปริมาตรต่ำ เป็นการลดพื้นที่ที่สัมผัสน้ำ การปรับปรุงโดยเพิ่มชั้นไขมัน (Blubber) ใต้ผิวหนังให้หนาขึ้นเป็นฉนวนกันความร้อน โดยในชั้นไขมันจะมีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงน้อยป้องกันการแลกเปลี่ยนอุณหภูมิกับน้ำ ระบบเส้นเลือดดำจะถูกล้อมด้วยเส้นเลือด แดงซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า นอกจากนั้นการปรับตัวโดยลดอัตราการหายใจลง เป็นการลดการสูญเสียความร้อนที่ออกมากับ อากาศ และเป็นผลให้โลมาและวาฬสามารถดำน้ำได้นาน โดยเฉพาะวาฬหัวทุย (Physeter macrocephalus) สามารถดำน้ำได้ลึกถึง 3,000 เมตร ลูกโลมาและวาฬแรกเกิดจะมีขนาดเมื่อเทียบกับตัวแม่ค่อนข้างใหญ่กว่าสัตว์ชนิดอื่น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษา อุณหภูมิในร่างกาย ลูกโลมาและวาฬบางชนิดมีขนอยู่ 2 ข้างของแนวปากบน (Snout) และจะหดหายไปเมื่อโตขึ้น โลมาและวาฬส่วนใหญ่คลอดลูกโดยส่วนหางออกมาก่อน เพื่อให้ส่วนของช่องหายใจเป็นส่วนสุดท้ายที่ออกมาสัมผัสน้ำทะเล และสามารถว่ายน้ำได้ทันที โดยโผล่ขึ้นมาสูดอากาศหายใจครั้งแรกในทันทีที่คลอด ลูกแรกเกิดมีขนาดใหญ่ประมาณ 40% ของแม่
   

ลูกโลมาและวาฬจะว่ายไปกับแม่และรับอาหารจากต่อมน้ำนม (Mammary slit) ซึ่งอยู่สองข้างของช่องเพศโดยหัวนมมีกล้ามเนื้อ ยึดรอบสำหรับบีบตัวให้หัวนมโผล่ออกมาขณะให้นมลูก และดึงหัวนมกลับซ่อนในลำตัวเมื่อเสร็จจากการให้นม โลมาและวาฬจะมี ระยะเวลาหย่านมนานมาก ทั่วไปจะมีระยะหย่านมนานประมาณ 2 ปีสายตาของโลมาและวาฬสามารถรับภาพได้ดีทั้งในน้ำและ บนบกหลักฐานจากการฝึกโลมาต่างๆ การแสดงของโลมาจะทำตามลักษณะการเคลื่อนไหวหรือโบกมือของผู้ฝึก โดยเฉพาะใน ขณะที่โลมากระโดดขึ้นมารับอาหารจากมือผู้ฝึกในระยะสูงได้อย่างแม่นยำ แสดงให้เห็นว่าสายตาของโลมาสามารถมองเห็นภาพ บนบกได้ชัดเจน จากลักษณะโครงสร้างของสมองโลมาและวาฬ แสดงว่าโลมาและวาฬส่วนใหญ่ไม่มีประสาทในการรับกลิ่นจมูก จึงเลื่อนมาอยู่ส่วนกลางของหัว เนื่องจากไม่จำเป็นในการใช้รับกลิ่น แต่จะสะดวกในการหายใจเหนือผิวน้ำ โดยจะโผล่พ้นน้ำ นิดเดียวก็สามารถหายใจได้โลมาและวาฬจัดเป็นสัตว์สังคมอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการสื่อสารระหว่างกันได้โดยใช้เสียง โดยเฉพาะ ในกลุ่มของโลมาและวาฬที่มีฟัน (Toothed whales) สามารถใช้ระบบส่งและรับสัญญาณเสียงที่สะท้อนกลับมา (Echo)ซึ่งใช้ ในการรับรู้สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว และการหาอาหาร อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานการส่งสัญญาณเสียงโดยระบบ Echo ในกลุ่มของโลมาและวาฬที่ไม่มีฟันสัญญาณอีกลักษณะหนึ่งซึ่งใช้ในการสื่อสารระหว่างกลุ่มคือการส่งสัญญาณคลื่นเสียงช่วงความถี่ตั้งแต่ 0-3000 Hz ไกลถึงหลายสิบกิโลเมตร แตกต่างกันในแต่ละชนิด และสามารถรับส่งสัญญาณกันได้

ประวัติส่วนตัว


ประวัติส่วนตัว


ข้าพเจ้าชื่อ เด็กชายปวรุตม์  สุภโกศล

ศึกษาอยู่ชันมัธยมศึกษาปีที่2/5
โรงเรียนนารีนุกูล

อาหารที่ชอบ ข้าวผัด ข้าวมันไก่

สีที่ชอบ เขียว แดง ฟ้า

สิ่งที่ชอบ เล่นฟุตบอล อ่านการ์ตูน

สิ่งที่ไม่ชอบ แสงแดด